Archive for ซอฟแวร์

ทำเนียบซอฟท์แวร์

ทำเนียบซอฟท์แวร์นี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ง่ายในการค้นหาซอฟท์แวร์ด้านการก่อสร้าง ซึ่งซอฟท์แวร์ที่แสดงนี้จะเน้นที่มีจำหน่ายหรือพัฒนาในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อสอบถามปัญหาการใช้งานได้ง่าย หากท่านเป็นบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ในประเทศหรือตัวแทนจำหน่าย ที่ต้องการแสดงรายชื่อในทำเนียบนี้ ซึ่งทางเว็ปไซต์จะไม่คิดค่าโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น โดยเมล์มาที่ info@thaicontractors.com

โปรแกรมเขียนแบบ โมเดล และระบายสีภาพ (Drafting,Modeling and Rensering)


โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม ( Architectural Design and Drafting)


โปรแกรมออกแบตกแต่งภายใน (Interior Design and CRM)

  • Planit Fusion โปรแกรมออกแบบตกแต่งภายใน โดยการเขียนแปลนห้อง แล้วลาดเฟอร์นิเจอร์มาวาง โดยเลือกออกแบบเป็น 3 มิติได้ทันที พร้อมแสดงใบเสนอราคาและบริหารลูกค้าสัมพันธ์ได้ง่าย  ยอดนิยมที่สุดในประเทศไทย, Planit International Ltd., UK, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด


โปรแกรมบริหารโครงการ (Project Management)


โปรแกรมก่อสร้าง 5 มิติ (Virtual Construction)

  • Constructor 2008 โปรแกรมการจำลองการก่อสร้าง 5 มิติ โดยการโมเดลอาคารเป็น 3 มิติ และถอดปริมาณวัสดุจากอาคาร 3 มิติ และวางแผนงานก่อสร้าง พร้อมนำเสนอเป็นภาพเสมือนการก่อสร้างจริง ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างประมาณราคา วางแผนงานได้อย่างแม่นยำ และนำเสนอได้อย่างมือาชีพ Vico Software, Hungary, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
  • Cost Manager 2008 โปรแกรมตรวจสอบต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงแต่ละหมวดในแต่ละสัญญาหรืองวดงาน Vico Software, Hungary, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
  • Change Maneger 2008 โปรแกรมตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของแบบก่อสร้าง DWG ในแต่ละชุดที่ได้รับว่าแต่ละไฟล์มีงานเพิ่มลด จุดใดบ้าง เพื่อให้ง่ายในการตรวจสอบ Vico Software, Hungary, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
  • DDS-CAD 2008 Electrical, HVAC, PIPING โปรแกรมออกแบบ โมเดล และประมาณราคา : งานไฟฟ้า งานระบบ HVAC และงานท่อ 3 มิติ โดยสามารถโมเดล 3 มิติจากโปรแกรม Archicad, Revit หรือไฟล์ IFC, DDS, Norway, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด


โปรแกรมวิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering and Drating)

ให้ความเห็น

ทำเนียบซอฟท์แวร์

โปรแกรมวางแผนให้ธุรกิจดำเนินการต่อเนื่อง (BCP- Business Continuity Planning)

  • LDRPS 10 โปรแกรมวางแผนให้ธุรกิจสามารถดำเนินนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สามารถกู้ข้อมูลทั้งหมดกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องโดยเร็วที่สุด ซึ่งจำเป็นจะต้องวางแผนไว้ก่อน Strohl,Inc., USA, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
  • BIA Professional (Business Impact Analysis) โปรแกรมสำหรับการสำรวจผลกระทบ หากมีการสูญหายของข้อมูลธุรกิจ Strohl,Inc., USA, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
  • Incident Manager โปรแกรมทดสอบการจำลองการโต้ตอบภายหลังเกิดภัยพิบัติ ซึ่งจะทำให้เห็นการประสานงานและติดตามการโต้ตอบการทำงานเมื่อเกิดภัยพิบัติ Strohl,Inc., USA, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
  • Notifind โปรแกรมแจ้งเตือนภัยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบรายชื่อ ผ่านอีเมล์ โทรศัพท์ SMS เมื่อเกิดภัยพิบัติให้รับทราบข้อมูลได้ทันที Strohl,Inc., USA, บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด


โปรแกรมการบริหารทรัพย์สินและการบริหารอาคาร
(Facilities Management and Asset Management )


โปรแกรมวิศวกรรมปฐพีและธรณี (
Georechnical Engineerin)

ให้ความเห็น

ความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่

นายชาติชาย สุภัควนิช
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัทในกลุ่ม ทูพลัสฯ

ปัจจัยหลักที่จะก่อให้เกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ได้ มีอยู่ 2 ปัจจัย คือ อสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น เนื่องจากมีปริมาณเม็ดเงินจำนวนมาก และอุตสาหกรรมการก่อสร้างก็มีความสัมพันธ์กันโดยตรงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นสินค้า (Product) ที่จะให้อสังหาริมทรัพย์นำไปขาย และหากมีการพิจารณาถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้พบว่า หากมีการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว จะทำให้ระบบเศรษฐกิจดีขึ้นได้ทั้งระบบอย่างยั่งยืนและถาวร

และความจริงยังกลับพบว่าปริมาณการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอุตสาหกรรม
การก่อสร้างทั่วโลกและในประเทศไทยนั้น มีอยู่ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณเม็ดเงินในระบบอุตสาหกรรมนี้ อันเนื่องมาจากความรู้ด้านการก่อสร้างนั้นมีความสลับซับซ้อนมาก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ และมีลักษณะการทำงานที่ผันแปรไปตามปัจจัยต่างๆของโครงการ อันเนื่องมาจาก สภาพภูมิประเทศ สถาปัตยกรรมท้องถิ่น รสนิยมของผู้อยู่อาศัย วัสดุ วิชาชีพหลายมิติ เช่น สถาปนิก วิศวกร บัญชี เป็นต้น กฎหมาย มาตรฐานการออกแบบ (Design Code) มาตรฐานการก่อสร้าง ความชำนาญของช่างและผู้ออกแบบ ซึ่งทำให้การก่อสร้างนั้นเป็นงานเฉพาะตัว (Custom Made) ในแต่ละโครงการ จึงทำให้พบว่าส่วนใหญ่การก่อสร้างในประเทศไทยยังถือว่ายังล้าหลังจากประเทศอื่นอยู่มาก
และหากเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ
ในประเทศไทยเองก็ยังพบว่ามีปริมาณค่อนข้างน้อย หรือ แทบจะเรียกว่าส่วนใหญ่ยังคงทำงานด้วยคน (manual) หรือเป็นกระดาษกันอยู่เลย

ซึ่งมาทำเป็นกราฟเปรียบเทียบถึงต้นทุนการทำงานด้วยคน
และคอมพิวเตอร์จะทำให้เราพบว่า ต้นทุนการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์มีต้นทุนที่ลดลงทุกๆปี
และต้นทุนการทำงานด้วยคนกลับมีต้นทุนที่สูงขึ้นตลอดเวลาทุกปี และปัจจุบันเราได้เลยจุดคุ้มทุนมาแล้ว หากเราไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อลดต้นทุนการทำงาน จะทำให้เรามีพื้นที่การเสียเปรียบกับคู่แข่งมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดจะทำให้เราไม่สามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้


การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงานจึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity) และขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) ในคราวเดียวกัน หากทุกคนเข้าใจหลักการนี้แล้วจะทำให้ตระหนักว่า การใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยทำงานในธุรกิจก่อสร้างนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีปริมาณเม็ดเงินจำนวนมาก ทำให้สามารถประหยัดเงินได้ทันที

หากเริ่มพูดถึงคอมพิวเตอร์ด้านก่อสร้างแล้ว ผมเองก็เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะรู้จักโปรแกรมประเภท CAD(Computer Aided Design) ที่เอาไว้ช่วยสำหรับการเขียนแบบ ซึ่งระบบ CAD ก็มีการวิวัฒนาการพอแยกได้เป็น 3 ยุค ดังนี้

- ยุคแรก การเขียนแบบด้วยมือลงบนกระดาษ ซึ่งมีข้อจำกัดมากไม่สะดวกในการปรับปรุงแบบ ซึ่งเป็นการเขียนแบบ 2 มิติ คือ เป็นรูปด้าน รูปตัด แปลนอาคาร

- ยุคที่สอง เขียนแบบด้วยโปรแกรม CAD ซึ่งยุคนี้เริ่มได้มาประมาณ 20 ปี แล้ว และปัจจุบันการทำงานเกือบ 100 % ในการเรียน การสอน การทำงานในวงการก่อสร้างไทยยังใช้ระบบนี้อยู่ ทำให้มีปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นๆ เนื่องจากเป็นแค่การเขียนแบบแต่อย่างเดียว และทำให้การทำงานขาดการเชื่อมต่อไปยังระบบอื่น ทำให้โปรแกรม CAD เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับพนักงานเขียนแบบอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับผู้จัดการโครงการ เจ้าของโครงการ หรือ สถาปนิกเอง จึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์เท่าที่ควร


- ยุคที่สาม จำลองการออกแบบอาคารบนคอมพิวเตอร์
(Building Simulation) ทำให้สถาปนิกสามารถมองเห็นอาคารเสมือนจริงบนคอมพิวเตอร์ขณะออกแบบ ซึ่งทุกวัตถุ
( Object ) บนระบบคอมพิวเตอร์จะมีราคา สี คุณสมบัติวัสดุ เหมือนจริง ทำให้ทราบราคาค่าก่อสร้างทั้งอาคารได้ทุกขณะ ลดการทำงานผิดพลาดลง สามารถใช้โมเดลไปให้วิศวกรออกแบบโครงสร้าง ไฟฟ้า ประปา ได้ทันที โดยไม่ต้องสร้างโมเดลใหม่ให้เสียเวลา ลดการซ้ำซ้อนทั้งระบบ สะดวกในการนำเสนองานและการแก้ไขแบบอาคาร หากมีการแก้ไขขยายขนาดห้องจาก 4.00 . เป็น 4.50 . ที่รูปใดรูปหนึ่ง จะทำให้รูปทั้งหมด ทั้งรูปแปลน รูปด้าน รูปตัด รูปขยาย จะปรับปรุงแบบให้ใหม่ทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการแก้ไขแบบใหม่เป็นแรมเดือนอีกต่อไป


และในยุคที่สามของ CAD นี้ ได้มีการกำหนดมาตรฐานการทำงานบนระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรมต่างๆ ซึ่งเรียกว่า IFC ( Industrial Foundation Class ) ปัจจุบันมีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก
ได้เข้าร่วมพัฒนาและเป็นสมาชิก เช่น
Graphisoft, Microsoft, Autodesk, Bentley เป็นต้น โดยการใช้เทคโนโลยี XML เป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนไฟล์กัน และยังทำให้โปรแกรม CAD ออกแบบสถาปัตยกรรม ประมาณราคา วิศวกรโครงสร้าง บริหารโครงการ บริหารทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งระบบบัญชี สามารถเชื่อมโยงและคุยกันได้เป็นอย่างดี

- โดยการเชื่อมโยงรูปแบบ IFC นี้จะเป็นการเชื่อมโยงได้ทั้งแบบ (Drawing) และข้อมูลประกอบ(Attribute) จากรูปแบบเดิมที่สามารถแลกเปลี่ยนได้แค่ Drawing ระหว่างโปรแกรมโดยใช้ไฟล์ DXF (Data Exchange Format) เป็นตัวกลาง

- ไฟล์แบบก่อสร้างรุ่นใหม่สามารถเก็บรูปแบบแปลนทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้นจนถึงแบบก่อสร้างจริง (As- Build Drawing) ได้ในไฟล์เดียว โดยสามารถแยกแบบได้เป็นชุดๆ ซึ่งจากเดิมจะต้องเก็บไฟล์หลายสิบหลายร้อยไฟล์ ทำให้ยากในการค้นหา และเรียกใช้งานภายหลัง


การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่รองรับระบบ
IFC ทำให้ผู้ใช้งานทั้ง สถาปนิก วิศวกร เจ้าของโครงการ ที่ปรึกษาโครงการ สามารถทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ลดการทำงานผิดพลาด สามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้ทั้งระบบตั้งแต่การออกแบบ ประมาณราคา การก่อสร้าง การติดตั้ง การโฆษณาประชาสัมพันธ์

โดยตอนถัดๆไปผมจะอธิบายถึงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ สำหรับช่วยงานสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การก่อสร้าง (Construction) การบริหารโครงการ (Project Management) การบริหารอาคาร (Facilities Management) ที่ช่วยทำให้วงการอสังหาริมทรัพย์ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง ลดต้นทุน และทำงานได้รวดเร็ว

ให้ความเห็น

การออกแบบสถาปัตยกรรมด้วยเทคโนโลยี 3 มิติเสมือนจริง ArchiCAD

นายชาติชาย สุภัควนิช
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัทในกลุ่ม ทูพลัสฯ

หากมีการพูดถึงคอมพิวเตอร ์3 มิติทุกคนอาจนึกถึงเกมส์คอมพิวเตอร์
ที่สามารถมองเห็นเป็นภาพ 3 มิติ และสามารถเดินเข้าไปในอาคารต่างๆได้ โดยคอมพิวเตอร์สมัยใหม่สามารถประมวลผลให้แสดงภาพเป็น 3 มิติ ได้โดยมีการกำหนดแสง และลายของวัสดุ (Texture) ให้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด ทำให้ผู้เล่นเกมส์มีความรู้สึกเสมือนจริง ซึ่งทำให้มีความสนุกสนาน เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมส์ เสมือนเราไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

แต่สำหรับการออกแบบและการก่อสร้างอาคารเป็นขบวนการทำงาน
ที่มีความซับซ้อนมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่สถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร พนักงานเขียนแบบ ประมาณราคา ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของอาคารหรือแม้กระทั่ง ซินแซเอง ซึ่งยากในการสื่อสารให้เข้าได้ตรงกัน โดยไม่ผิดพลาด โดยเพียงบรรยายเป็นด้วยตัวหนังสือ หรือ แบบแปลนรูปด้านเป็น 2 มิติ เพราะหากเข้าใจผิด จะต้องทำให้มาทำการแก้ไขขณะก่อสร้าง ซึ่งต้องมีผลกระทบกับงาน ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเพิ่มขึ้น เพราะต้องทำการต้องทุบ ต้องรื้อ และการแก้ไขใหม

ปัจจุบันโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ 3 มิติ ArchiCAD ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นิยมในสถาปนิกมืออาชีพในต่างประเทศกันมากว่า 20 ปี สามารถแก้ปัญหาที่สถาปนิกไทยประสบกันอยู่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เพราะใช้เทคโนโลยีแบบ Virtual Building โดยสถาปนิกเขียนแปลนพื้นอาคารเป็น 2 มิติเหมือนปกติเหมือนโปรแกรม CAD ที่ใช้กันทั่วไปกันอยู่แล้ว ซึ่งกำหนดความสูงของแต่ละชั้นไว้ตั้งแต่ตอนแรก ArchiCAD จะทำการสร้างให้เป็น 3 มิติให้เองอัตโนมัติ โดยการแปลนพื้นสามารถกำหนด เสา และคานได้ตามที่ออกแบบอาคารทั่วไปในประเทศไทย หลังจากนั้นจะทำการ Copy แปลนพื้นและส่วนประกอบ เช่น คาน เสา ประตู หน้าต่าง หรือ ผนัง ไปเป็นชั้นอื่นๆได้ และปรับแก้ขนาดได้ตลอดเวลา โปรแกรมจะทำการเขียนรูปด้านได้อัตโนมัติ หรือ เขียนรูปตัดลงในแปลนก็จะได้ รูปตัดอาคาร ( Section ) ได้ทันที หากมีการแก้ไขสามารถแก้ไขที่รูปด้านใดๆก็ได้ โปรแกรมจะแก้ไขและปรับปรุงให้เองทันที ทั้ง แปลน รูปด้าน รูปตัด รูปขยาย (Details) ซึ่งหลักการออกแบบ Virtual Building ทำให้สถาปนิกสามารถกำหนดราคาวัสดุ และค่าแรงแต่ละวัสดุก่อสร้างได้เอง ทำให้ขณะที่สถาปนิกกำลังออกแบบ ก็สามารถทราบค่าก่อสร้างได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาไปประมาณราคาก่อสร้างอีกหลายสัปดาห์ และมีโอกาสถอดจำนวนวัสดุผิดพลาดอีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเป็นเจ้าของอาคารต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ผู้รับเหมาก่อสร้างก็อาจต้องเสนอราคาค่าก่อสร้างสูงกว่ารายอื่น หรือ หากเป็นสถาปนิกพบว่างบประมาณสูงกว่าที่กำหนด ทำให้ต้องแก้ไขแบบ ซึ่งต้องเสียเวลาเกือบเท่าตัวในการแก้ไขแบบ

ระหว่างที่สถาปนิกกำลังออกแบบอาคาร สถาปนิกสามารถที่จะให้ ArchiCAD แสดงเป็นภาพ 3 มิติ ได้ โดยสถาปนิกเองสามารถหมุนดูหรือ เดินเข้าไปยังห้องต่างๆในอาคาร หรือ นอกอาคารได้ สถาปนิกยังสามารถกำหนดให้ระบายสี (Rendering) ผนัง พื้น เพดาน หรือใส่ เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ เพื่อให้ได้บรรยากาศเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น หากต้องการแก้ไข เขียนเพิ่มเติม สามารถทำได้ทันทีในขณะนั้นเลย ทำให้ประหยัดเวลาได้มาก โดยไม่ต้องไปสร้างใหม่ด้วยโปรแกรมพรีเซ็นเตชั่นอื่นๆอีก เพราะต้องใช้เวลา ต้นทุนในการทำงานที่สูงขึ้น ตลอดจนมีโอกาศทำงานผิดพลาดเพิ่มขึ้นไปอีก

โปรแกรมสามารถที่จะส่งเป็นไฟล์ Virtual Reality ได้อีก 2 แบบ คือ กำหนดให้อาคารอยู่นิ่ง เราเป็นคนเดินรอบ หรือ อีกแบบจะเป็นการกำหนดให้เรายืนนิ่งอยู่กับที่ มองรอบๆตัวเรา 360 องศา โดยสามารถเปิดด้วยโปรแกรม Quicktime VR ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถ Download มาเปิดไฟล์ที่สร้างดูภาพได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

หากสถาปนิกต้องการนำไฟล์ออกแบบอาคารจากโปรแกรมไปนำเสนอกับผู้ที่เกี่ยวข้องแบบ 3 มิติเสมือนจริง ArchiCAD มีโปรแกรมเสริมชื่อ Zermatt for ArchiCAD ที่จะสามารถส่งไฟล์ (Export) จาก ArchiCAD เป็นภาพ 3 มิติเสมือนจริง ซึ่งใช้เวลาเพียงพริบตา อาคาร 20 ชั้นที่สร้างด้วย ArchiCAD จะใช้เวลาในการสร้างภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริงไม่เกิน 2 นาที หากมีการสั่งระบายสีในโปรแกรม ArchiCAD จะทำให้เห็นภาพสวยงามเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น โดย Zermatt จะสามารถบันทึกเป็นไฟล์ exe ทำให้สามารถเปิดโปรแกรมได้เลย ทำให้คนที่ใช้ไฟล์ไม่ต้องมีโปรแกรมที่สร้างอีก หากต้องการปรับค่าต่างๆสามารถทำได้โดยกด F1 สามารถให้โปรแกรมแสดงเป็นสีเสมือนจริง เป็นเส้น หรือ เป็นภาพ 3 มิติเสมือนจริง ซึ่งภาพที่มองด้วยตาเปล่าจะเป็นภาพซ้อน สีแดงและน้ำเงิน หากผู้ดูภาพใส่แว่น 3 มิติ จะทำให้ดูภาพเสมือนจริง มีมิติลอยออกมาจากจอภาพคอมพิวเตอร์ และสามารถฉายบนโปรเจ็กเตอร์ได้ การใช้งานเพียงกดเม้าส์และลูกศรซ้ายขวาขึ้นลง ก็จะสามารถเดินเข้าไปในอาคาร และเดินไปยังห้องต่างๆได้ตามต้องการ หากต้องการเดินขึ้นชั้นบน สามารถเดินขึ้นโดยขึ้นบันไดเท่านั้น โปรแกรมยังมีคำสั่งให้วัดระยะในภาพ 3 มิติ ได้และบันทึกไฟล์เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ (Animation)


การสร้างภาพอาคารเสมือนจริง 3 มิติ สมัยก่อนต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูงกว่าเครื่องทั่วไป โปรแกรมจะมีราคาแพง ใช้งานยาก และต้องสร้างโมเดลอาคารใหม่จากพิมพ์เขียวจากสถาปนิก ซึ่งจะทำให้จำกัดการใช้งานประเภทนี้เฉพาะงานนำเสนอโครงการที่มีมูลค่าสูงๆเท่านั้น ปัจจุบันโปรแกรม ArchiCAD และโปรแกรมเสริมสามารถช่วยให้การสร้างภาพอาคารเสมือนจริง 3 มิติเป็นเรื่องง่าย เสมือนจริง โดยไม่ต้องสร้างโมเดลอาคารใหม่เหมือนโปรแกรมอื่น

ให้ความเห็น

โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม

โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม
(Architectural Design Software)

คอมพิวเตอร์ช่วยเขียนแบบ และออกแบบ (Computer Aided Drafting / Design) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโปรแกรม CAD นั้นได้เริ่มมีการพัฒนาโปรแกรมกันเมื่อประมาณเกือบ 28 ปีที่แล้ว โดยใช้ในการเขียนแบบเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้กับอุตสาหกรรมเครื่องกล (Mechanical) โดยสามารถทำงานได้ทั้ง 2 และ 3 มิติ แต่สำหรับด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมนั้น เรามักจะเอามาช่วยใกนารเขียนแบบเป็น 2 มิติกันเป็นส่วนใหญ่ โดยหากต้องการนำเสนอผลงานเป็นภาพทัศนียภาพ (Perspective) หรือเป็นภาพเคลื่อนไหว (Animation) จะต้องถูกสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมอื่น โดยทำการสร้างโมเดลอาคารเป็น 3 มิติแล้วทำการระบายสีภาพ (Rendering) หรือสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวให้ผู้ออกแบบสามารถนำเสนอผลงานออกแบบให้กับเจ้าของโครงการได้เห็น และตัดสินใจได้ง่าย แทนการดูแบบก่อสร้าง 2 มิติ ซึ่งยากในการเข้าใจ

โปรแกรม CAD ทั่วไปนั้นจึงเป็นแค่การนำมาประยุกต์ให้ใช้ได้กับงานสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้างเท่านั้น เพราะสถาปนิกและวิศวกรจะต้องทำงานอีกหลายส่วนที่โปรแกรม CAD ทั่วไปนั้นทำไม่ได้ เช่น ออกแบบบันได ออกแบบหลังคา การประมาณราคา ระบายสีภาพ การทำเงา (Shading) การศึกษารูปทรง Mass Study การศึกษาเรื่องแสงแดด เป็นต้น ตลอดจนหากมีการแก้ไขรูปด้าน แปลนพื้นอาคาร แบบขยาย ก็จะต้องมีการแก้ไขทุกส่วนทีละ รูปด้าน และตัวแปลนเอง ซึ่งทำให้สถาปนิกต้องใช้เวลาในผลิตแบบอีกเป็นเวลานานและทำให้มีโอกาสทำงานผิดพลาดค่อนข้างสูง

ปัจจุบันเจ้าของโครงการ (Project Owner) มักจะต้องการให้สถาปนิกใช้เวลาค่อนข้างสั้นกว่าเดิม และยังมีงบค่าออกแบบ (Design Fee) ค่อนข้างจำกัดกว่าเดิม ดังนั้นสถาปนิกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าเดิม โดยต้องทำงานให้รวดเร็วกว่าเดิม (Faster) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการออกแบบ และผลิตแบบก่อสร้าง (Production) ลง ทำให้สถาปนิกจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือเฉพาะทางแทนเครื่องมือ หรือโปรแกรม CAD ทั่วไป



โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมนั้น สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้

1. Architectural Programming Software ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ให้สถาปนิกสามารถรวบรวมความต้องการของเจ้าของอาคารไว้ แล้วเชื่อมโยงระหว่างห้องต่างๆ และชั้นต่างๆ และแสดงเป็นกราฟิคให้เห็นถึงความสัมพันธ์ต่างๆ ได้ง่าย และยังทำให้สามารถทำให้ BIM ทำงานได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันโปรแกรม Affinity เป็นโปรแกรมที่พัฒนามาเพื่อตอบสนองความต้องการของสถาปนิก ซึ่งโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมทั่วไปไม่มีคำสั่งด้านนี้

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.trelligence.com/

2. โปรแกรมสร้างโมเดล 3 มิติ เพื่อให้นักออกแบบสามารถสร้างโมเดลอาคาร หรือผลิตภัณฑ์ได้แบบง่ายๆ ว่าเป็นไปตามที่คิดไว้หรือไม่

2.1 SketchUp ปัจจุบันบริษัท Google ได้ซื้อกิจการและเปลี่ยนเป็น Google Sketchup ไปแล้ว SketchUp 6, SketchUp Pro 6, LayOut, Style Builder, 3D Warehouse ซึ่งเป็นแนวความคิดให้โปรแกรมสามารถทำงานได้ง่าย ทำให้ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย

โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำปัจจุบันสามารถรับไฟล์จาก Sketchup ได้เกือบทุกโปรแกรม เช่น Revit Architecture, เป็นต้น



2.2 อื่นๆ ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีอีกหลายโปรแกรมเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม

เหมือนกับโปรแกรม SketchUp

3. Computer Aided Architectural Design (CAAD) โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม โดยการใช้คำสั่งต่างๆ ของโปรแกรม CAD เป็นเครื่องมือ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้

3.1 โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมบน CAD ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เน้นใช้ CAD

พื้นฐานและบวกคำสั่งที่พัฒนาให้ใช้กังานออกแบบสถาปัตยกรรม

3.1.1 โปรแกรม AutoCAD Architecture ซึ่งใช้ฟังก์ชั่นการเขียนแบบของ AutoCAD มาทำงานด้านสถาปัตยกรรม ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานกับโปรแกรมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือเรียนรู้โปรแกรมมากนัก

สามารถศึกษารายละเอียดได้เพิ่มเติมที่

http://south-apac.autodesk.com/adsk/servlet/

index?id=10499109&siteID=1157326

3.1.2CADian Arch ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาบน Engine ของ CADian เพื่อใช้สำหรับงานสถาปัตยกรรม มีทั้งรุ่น 2 มิติ และ 3 มิติ พัฒนาจากประเทศเกาหลี โดยโปรแกรมเน้นราคาถูก และใช้ทดแทนโปรแกรม CAD อื่นๆ ที่มีราคาสูงกว่า

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.thaicadian.com/index.php?option=com_
content&task=blogcategory&id=1&Itemid=2

3.1.3 Cadไท + AECplus ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดยคนไทย โดยใช้ Cad ไทย เป็น Engine ในการเขียนโดยพัฒนาเมนู และบล็อคเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถเขียนแบบงานสถาปัตยกรรมได้ง่ายขึ้น

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.etcservice.com/public/products/aec_plus/aec.php

3.2 3.2Object Oriented CAD (OOCAD)

3.2.1 ArchiLineXP โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมจากประเทศฮังการี ที่มีลักษณะหน้าตาเหมือนโปรแกรม ArchiCAD ยังกับแกะเลยทีเดียว แต่มีราคาถูกกว่าประมาณ 30 % สามารถใช้ภาษา C ในการเขียน Object ขึ้นมาได้ แต่ยังไม่รองรับ BIM

3.2.2 ArchiCAD โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมจาก Graphisoft

ประเทศฮังการี ปัจจุบันเพิ่งถูกบริษัท Nemetschek จากประเทศ

เยอรมันซื้อกิจการไป ทำงานได้ทั้ง 2 ระบบคือ Windows และ

Macintosh ซึ่งมีฐานลูกค้าหลักที่กลุ่มประเทศยุโรปเป็นหลัก

รองรับ BIM สามารถสร้างวัตถุแบบปรับค่าได้ (ParametricObject)

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.graphisoft.com

โปรแกรม ArchiCAD

3.2.3 VectorWorks Architect โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม ที่พัฒนามา สำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรมระดับเล็กถึงระดับกลาง ราคาประหยัด โดยปัจจุบันถูกบริษัท Nemetschekจากประเทศเยอรมันซื้อกิจการไป รองรับ BIM

โดยสามารถรองรับได้ทั้งระบบ Windows และ Mac OS



สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มได้ที่

http://www.nemetschek.net/architect/index.php

3.2.4 Allplan BIM Architecture โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม จากบริษัท Nameschek ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีฐานลูกค้าหลักเฉพาะยุโรปโดยเฉพาะในประเทศเยอรมันเป็นหลัก ยังไม่มีผู้ใช้งานในประเทศไทย ปัจจุบันได้มีการเข้าไปซื้อโปรแกรมด้านนี้หลายโปรแกรมด้วยกัน

3.2.5 Bentley Architecture ซึ่งเป็นโปรแกรม CAD รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา และมีผู้ใช้ที่อเมริกาเป็นส่วนใหญ่ ใช้นามสกุล DGN รองรับ BIM สามารถสร้างวัตถุแบบปรับค่าได้ (Parametric Object) ซึ่งก็มีการรวบรวมโซลูชั่นด้านนี้มากพอสมควร

สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.bentley.com/en-US/Products/Bentley+Architecture/

3.2.6 อื่นๆ

4. Parametric Model ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถปรับค่าระยะโมเดลอาคารได้โดยตรง

4.1 Revit Architecture ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมค่ายของ Autodesk เท่านั้น โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) รองรับไฟล์ IFC รุ่นล่าสุด พัฒนาโปรแกรมโดยบริษัท Autodesk,Inc, USA. เป็นบริษัท CAD ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มียอดขายปี 2007 กว่า 70,000 ล้านบาท โปรแกรม Revit เป็นโปรแกรมเดียวที่มีโซลูชั่นรองรับอย่างครบวงจร ตั้งแต่

§ Revit Architecture งานสถาปัตยกรรม

§ Revit Structure โมเดลอาคารและเขียแนนโครงสร้าง

§ Robot Millennium วิเคราะห์โครงสร้าง

§ Revit MEP ออกแบบงานระบบ MEP (Mechanical, Electrical, Plumbing)

§ Autodesk Quantity Takeoff * ประมาณราคาก่อสร้าง

§ Autodesk Green Building Studio* โปรแกรมวิเคราะห์พลังงานอาคารผ่านเว็ป

§ Autodesk Naviswork* โปรแกรมตรวจสอบและ 4D Simulation

โดยโปรแกรมนี้จำหน่ายในอเมริกา อาจจะเริ่มจำหน่ายได้ประมาณปี 2552



Revit Architecture เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับสถาปนิกให้ทำงานเสร็จได้ในครั้งเดียว จากการเขียนแบบแปลนพื้นเป็น 2 มิติ โปรแกรมจะสร้างเป็น 3 มิติให้เอง ทำให้สามารถได้รูปด้านอาคาร ทั้ง 4 ด้าน รูปตัด ได้ทันทีจากการเขียนแค่แปลนอาคาร หากมีการเปลี่ยนแปลงระยะ รูปด้าน รูปแบบขยายทั้งหมดจะแก้ไขให้เองอัตโนมัติ ทำให้สถาปนิกประหยัดเวลาในการพัฒนาแบบได้มาก และทำให้แบบก่อสร้างลดการขัดแย้งลงได้มาก

ซึ่งโปรแกรมจะทำให้สถาปนิกทำงานเสร็จได้ในครั้งเดียวในโปรแกรมเดียว ดังนี้

  • โมเดลอาคาร
  • ออกแบบสถาปัตยกรรม (Architectural Design)
  • เขียนแบบก่อสร้าง (Drawing)
  • ประมาณราคา (Estimating)
  • ตารางรายการ (Schedule)
  • ศึกษา Mass Study , Sun Study
  • ระบายสีภาพ (Rendering)
  • ภาพเคลื่อนไหว (Animation)
  • ภาพเสมือนจริง (Virtual Reality- VR)

โดยบริษัท Autodesk,Inc ได้ออกโปรแกรม Revit มา 2 รุ่น คือ

  • Revit Architecture ซึ่งเป็นโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมที่รองรับกับเทคโนโลยี BIM
  • Autocad Revit Architecture โปรแกรมที่ใช้ AutoCAD เป็นพื้นฐานที่คุ้นเคย และใช้ Revit ที่รองรับเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling)

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มได้ที่ http://www.autodesk.com

โปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นเป็นการพัฒนาจากโปรแกรมช่วยเขียนแบบ 2 มิติก้าวสู่การจำลองอาคารบนคอมพิวเตอร์เสมือนจริง เพื่อให้สถาปนิก วิศวกร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาคารสามารถได้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างที่การทำงานแบบเดิมไม่สามารถทำได้

และโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการทำงานในยุคใหม่ด้วย BIM หากสถาปนิกไม่สร้างโมเดลอาคารไว้ จะทำให้วิศวกร และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ต้องสร้างเอง ซ้ำๆ กันเหมือนๆ เดิม ดังนั้นสถาปนิกจะถูกแรงผลักดันจากรอบข้างให้เคลื่อนตัวเข้าสู่ BIM เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่

ให้ความเห็น

โปรแกรมวิศวกรรมโครงสร้างสมัยใหม่

นายชาติชาย สุภัควนิช
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัทในกลุ่ม ทูพลัสฯ

ปรกติแล้ววิศวกรโครงสร้างจะรับแบบอาคารจากสถาปนิกเป็นพิมพ์เขียวหรือไฟล์ CAD หลังจากนั้นวิศวกรโครงสร้างก็จะเลือกออกแบบโครงสร้างตามความเหมาะสมและความถนัด ซึ่งอาจจะคำนวณด้วยมือ โปรแกรม MS Excel หรือ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้าง

โปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้าง ( Structural Analysis and Design ) ก็จะแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ แบบวิเคราะห์โครงสร้าง 2มิติ และแบบวิเคราะห์โครงสร้างแบบ 3 มิติ ซึ่งแบบ 2 มิตินี้ อาจเหมาะสมกับงานโครงสร้างอาคารขนาดเล็ก ไม่มีความซับซ้อน และมีจำนวนชิ้นส่วนโครงสร้างไม่มากนัก ส่วนแบบวิเคราะห์โครงสร้างแบบ 3 มิติ จะเหมาะกับโครงสร้างตั้งแต่ ขนาดเล็กถึงใหญ่ แบบง่าย จนถึงซับซ้อน มีจำนวนชิ้นส่วนโครงสร้างไม่จำกัด ( Unlimited Nodes ) โดยโปรแกรมออกแบบโครงสร้างแบบ 3 มิตินี้ ส่วนใหญ่ใช้วิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธี Finite Element Method ซึ่งเป็นวิธีวิเคราะห์แรงที่เกิดขึ้นในโครงสร้างได้แม่นยำและน่าเชื่อถือได้มากกว่าวิธีอื่น

โปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้าง ส่วนใหญ่จะสามารถออกแบบโครงสร้างได้ทั้งเหล็กรูปพรรณ คอนกรีตเสริมเหล็ก ไม้ และอลูมิเนียม ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการออกแบบ ( Design Code ) โดยสามารถผสมวัสดุได้ในโครงสร้างเดียวกัน โดยมาตรฐานการออกแบบคอนกรีตที่มาพร้อมโปรแกรมมักจะมีมาตรฐานของ British Standard (BS) และ US Code มาพร้อมโปรแกรม ส่วนมาตรฐานประเทศอื่นๆ เช่น Euro Code มักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยการออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็กจะใช้วิธีทฤษฎีแรงประลัย ( Ultimate Strength Design ) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่อาคารคสล.ในประเทศไทยส่วนใหญ่กว่า 80 % ยังใช้ทฤษฎีแรงใช้งาน ( WSD-Working Stress Design ) ทำให้โปรแกรมต่างประเทศไม่สามารถออกแบบคสล.ได้ในประเทศไทยได้เต็มร้อย จึงทำให้วิศวกรส่วนใหญ่ใช้โปรแกรมเพียงการวิเคราะห์ค่าแรงเท่านั้น แล้วนำค่าแรงโมเมนต์ แรงเฉือน และแรงบิด ไปกรอกใน MS Excel เพื่อทำการออกแบบคสล. ซึ่งโปรแกรมวิศวกรรมโครงสร้างที่ผ่านมาเน้นการวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างอย่างเดียว ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับทีมงานได้ เช่น สถาปนิก พนักงานเขียนแบบโครงสร้าง เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และความรู้ได้พัฒนาไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว ทำให้โปรแกรมวิศวกรรมโครงสร้างสมัยใหม่ สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบได้แบบอย่างที่อยากให้เป็น

โปรแกรมวิศวกรรมโครงสร้างสมัยใหม่ สามารถที่จะตอบสนองการทำงานด้านวิศวกรรมโครงสร้างได้ครบวงจร และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมและอื่นๆได้ตั้งแต่เริ่มต้น
จนเสร็จสายงานผลิตและติดตั้ง ทำให้ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและผิดพลาดลง หากมีการแก้ไขแบบอาคาร สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ



ขบวนการทำงานของวิศวกรรมโครงสร้างแบบครบวงจร

1. CBS Pro

ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สำหรับช่วยให้วิศวกร ผู้ช่วยวิศวกร สามารถโมเดลอาคาร 3 มิติที่มีความซับซ้อนได้ง่ายและรวดเร็ว และ สถาปนิกสามารถใช้ CBS Pro ในการออกแบบหน้าตัดโครงสร้างทั้งอาคารว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยโปรแกรมจะแสดงค่าแรงดัดและแรงเฉือนแต่ละชิ้นส่วนของโครงสร้าง พร้อมแสดงปริมาณวัสดุได้ ซึ่งสามารถทำงานได้เดี่ยว ๆ หรือ ทำงานร่วมระหว่าง ArchiCAD, Revit Structure และ Robot Millennium ได้



โปรแกรมโมเดลโครงสร้าง CBS Pro

2. Robot Millennium 20.0

โปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างขั้นสูง ที่สามารถออกแบบโครงสร้างได้ทั้ง 2 และ 3 มิติ ตั้งแต่งานขนาดเล็กจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ และรองรับเทคโนโลยี IFC ที่ทำให้ทำงานร่วมกับโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมและอื่นๆได้ โดยการวิเคราะห์ขั้นสูงที่ทำให้ได้ค่าแรงใกล้เคียงกับพฤติกรรมจริงของโครงสร้างมากที่สุด สามารถโมเดล วิเคราะห์ ออกแบบ ออกแบบจุดต่อ ( Connection Design ) ประมาณราคา คำนวณหน้าตัดโครงสร้างพิเศษ เขียนแบบรายละเอียดการออกแบบคสล. ได้อัตโนมัติ ตลอดจนการคำนวณโครงสร้างระหว่างการก่อสร้างได้

โปรแกรม Robot Millennium

การวิเคราะห์ลวดได้ตามพฤติกรรมจริง

การเขียนแบบ คสล.ให้อัตโนมัติ การออกแบบจุดต่อ


3. RCAD Steel, RCAD Reinforcement , RCAD Formwork 6.0

โปรแกรมเขียนแบบรายละเอียดโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ รายละเอียดโครงสร้างคสล. และการเขียนแบบไม้แบบ ซึ่งสามารถทำงานได้เดี่ยวๆและเชื่อมโยงกับ Robot Millennium ได้ โดยทำงานร่วมกับ AutoCAD พร้อมทั้งช่วยเขียนแบบรายละเอียดและรายการวัสดุให้อัตโนมัติ และส่งออก Excel ได้

RCAD Steel

RCAD Reinforcement


4. ESOP

โปรแกรมสำหรับการออกแบบชิ้นส่วนประกอบโครงสร้าง ที่ทำงานอยู่บน Excel มีโมดูลต่างๆให้เลือกใช้ สามารถทำงานร่วมกับ Robot Millennium และเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมไว้ใช้งานเองได้ เช่น ดึงค่าแรงมาแล้วออกแบบด้วยวิธี WSD เป็นต้น


วิศวกรโครงสร้างสามารถได้ประโยชน์สูงสุดกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน และมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูง

ให้ความเห็น

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ด้านการบริหารโครงการ

นายชาติชาย สุภัควนิช
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัทในกลุ่ม ทูพลัสฯ

หน้าที่หลักของทุกองค์กรทั้งเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ซึ่งเป็นองค์กรแสวงหากำไร หรือ แม้กระทั่งองค์กรหรือมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรต่างก็ล้วนที่จะต้องมุ่งดำเนินงานในธุรกิจหลัก
ขององค์กรให้สำเร็จลุล่วงตามวิศัยทัศน์ขององค์กร (Vision) ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดขององค์กรหรือภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตขององค์กร การที่จะเดินไปสู่เป้าหมายนั้นได้จำเป็นจะต้องแตกเป็นภาระกิจหลัก (Mission) ตามมิติต่างๆ เช่น ภาระกิจมิติ ด้านการขาย การตลาด การพัฒนาวิจัย เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น หลังจากนั้นก็จะกำหนดเป็นยุทธศาตร์ (Strategy) ซึ่งเป็นรูปแบบแนวทางการทำงาน โดยยุทธศาสตร์นี้ก็จะเป็นหัวข้อย่อยในแต่ละมิติของภาระกิจหลักในมิติต่างๆ แล้วจึงจะแปลงหัวข้อจากยุทธศตร์ต่างๆให้เป็นโครงการย่อย เพื่อให้ง่ายในการทำงาน โดยดำเนินการให้โครงการย่อยสำเร็จทุกโครงการนั้นก็หมายถึงองค์กรสามารถที่ จะประสบผลสำเร็จได้ตามวิศัยทัศน์ขององค์กรที่ได้วางไว้

สถาบันการเงินหรือธนาคารเองก็เช่นกัน ก็อยากจะให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกโครงการสามารถดำเนินการสำเร็จได้ตามที่ขอกู้ เพราะนั้นหมายถึงการมีกำไรจากการปล่อยกู้โครงการนั้นก็คือได้รับดอกเบี้ย จึงจำเป็นจะต้องให้นักพัฒนาอสังริมทรัพย์จัดทำเป็นแผนธุรกิจ(Business Plan) เสนอมาให้ดูว่ามีโครงการมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ซึ่งแผนธุรกิจก็จะประกอบด้วยรายละเอียดโครงการ เช่น รูปแบบโครงการ เช่น แบบแปลน โครงการ ที่ดิน ราคาขาย การวิเคราะห์รายได้-รายจ่าย การวิเคราะห์กระแสเงินสด ( Cash Flow) เพื่อมาวิเคราะห์เป็นค่าทางการเงิน เช่น IRR,NPV ต่างๆ เพื่อเป็นตัวเลขประกอบการตัดสินใจปล่อยกู้ โดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะแปลงงบกระแสเงินสดจากแผนดำเนินงานโครงการ
จากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานก่อสร้างโครงการ และรายรับจากลูกค้าในแต่ละเดือน ซึ่งอาจจะแสดงในกระดาษ 2-3 แผ่น

ให้ความเห็น

Older Posts »
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.